สระมรกต

สระมรกตได้ ถูกจัดให้เป็น 1 ใน unseen in thailand เพราะด้วยความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ทำให้ มีผู้คนทั้งที่อาศัยในท้องที่และนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจมาเที่ยวกัน เป็นจำนวนมาก ยิ่งในวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวนิยมมาแช่อยู่ที่สระมรกตแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

สำหรับ สาเหตุที่น้ำในสระมรกตมีความใสแจ๋วและเขียวใสนั้นก็มาจากคุณสมบัติในความ เป็นด่างของน้ำนั่นเอง น้ำในสระมรกตมีที่มาจากน้ำร้อนใต้ดิน ฉะนั้นน้ำที่ออกมาจากน้ำพุร้อนนั้นจำต้องผ่านชั้นหินปูนที่มีแคลเซียมคาบอร์ เนตสูงจึงทำให้สารแขวงลอยต่างๆ ในน้ำตกตะกอน ทว่ามีข้อควรระวังคือถึงแม้ว่าน้ำในสระมรกตจะใสสะอาดน่าดื่มเพียงใด แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่สามารถดื่มได้เพราะเสี่ยงต่อโรคนิ่วเป็นอย่างมาก ส่วนสาหร่ายและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในน้ำร้อนทำให้น้ำในสระมรกตเกิดสีขึ้น ตามอุณหภูมิของน้ำถ้าบริเวณไหนน้ำมีอุณหภูมิสูงก็จะเป็นสีน้ำเงินส่วนบริเวณ ที่อุ่นกว่าจะเป็นสีเขียวอ่อน ข้อห้ามอย่างเด็ดขาดสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาสระมรกตแห่งนี้คือห้ามอาบ น้ำที่สระแห่งนี้โดยใช้สบู่หรือยาสระผมเป็นอันขาดเพราะจะทำให้น้ำบริเวณนี้ เสียได้

ที่สระมรกตนี้ เราต้องเดินเท้าเข้าไปชมจากทางเข้า ประมาณ 800 เมตร หรือจะเลือกเดินทางเดินชมธรรมชาติ ซึ่งไกลกว่า แต่ จะมาบรรจบกันที่สระมรกตที่เดียวกันครับ ซึ่งทางเดินชมธรรมชาตินี้ก็จะร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ และข้างทางจะมีสายน้ำตก ไหลข้างๆตลอดทางครับ พอเดินถึงบริเวณสระก็จะเห็นพลับพลาที่ประทับ ตั้งอยู่ริมสระ ซึ่งเป็นพลับพลาที่เขาทำเอาไว้ รองรับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เมื่อก่อนนี้เค้าห้ามขึ้นไปนะครับ แต่ปัจจุบันผมเห็นนักท่องเที่ยว ทั้งไทย ทั้งต่างชาติขึ้นไปยืนถ่ายรูปกันอย่างสบายใจเฉิบเลยครับ

ถ้าใครเล่นน้ำจนจุใจแล้วและยังมีแรงเหลืออยู่ก็ ลองเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติต่อไปที่สระน้ำผุด ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำที่ไหลมาที่สระมรกตแห่งนี้แหละครับ ซึ่งจากจุดนี้ก็จะต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 600-800 เมตร กะๆ เอาน่ะครับ ทางเดินจะเป็นทางเดินไม้ไปเรื่อยๆ จนเหลือประมาณ 200 เมตรสุดท้ายก็จะเป็นเหมือนเดินป่าเข้าไปนะครับ

เมื่อ เข้าไปถึงแล้วเราจะเห็นบ่อน้ำสีน้ำเงินเข้มใสปิ๊งเลยครับ เค้าว่ากันว่าบริเวณนี้เป็นบริเวณที่แต่ก่อนจะมีกินรีเข้ามาว่ายน้ำเล่นกัน และ คนแถวนั้นเค้าว่าให้เราลองอธิฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์ แล้วก็ปรบมือดังๆ และ ถ้าน้ำที่บริเวณบ่อแห่งนี้มีปฏิกิริยากับเสียงปรบมือของเรา ซึ่งลักษณะก็คือจะเป็นเหมือนน้ำผุดขึ้นมาจากใต้ดิน นั่นหมายความว่า สิ่งที่เราอธิฐานจะประสบความสำเร็จดังที่ใจหวัง อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนนะครับ แต่ทำไปแล้วก็ไม่เสียหายอะไรนะครับ

สำหรับ ข้อมูลเกี่ยวกับสระน้ำผุด ที่หามาได้จากป้ายบริเวณริมสระ เค้ามีเรื่องเล่าว่าในสมัยโบราณชาวบ้านมีความเชื่อว่าเป็นสระที่นางกินรีลง เล่นน้ำ สระน้ำผุดเป็นสระน้ำขนาดเล็ก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15-20 เมตร เกิดจากน้ำใต้ดินที่พุ่งขึ้นมาบนผิวโลก ผ่านรอยแตกของพื้นดิน(ตาน้ำ) ขึ้นมารวมกันเป็นสระน้ำขนาดเล็กกลางป่า และเป็นธารน้ำลงสู่สระมรกต น้ำในสระที่เห็นมีสีน้ำเงินความเหมาะเป็นที่มีแร่ธาตุต่างๆ หลายชนิดเช่นแคลเซี่ยมคาบอเนต, แมกนีเซี่ยม, แมงกานีส และ กำมะถัน เป็นต้น ทำให้เรามองเห็นน้ำในสระเป็นสีดังกล่าว

ที่มา : http://www.holidaythai.com/9kimjor/blogs-2439.htm

Advertisements

มัสมั่นไก่

ดอกไม้แต่ละประเภทสื่อความหมายแทนใจ

ดอกกุหลาบสีแดง เป็นเบสิคที่นิยมให้กันในวันวาเลนไทน์ จนเป็นดอกไม้แทนสัญญาลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ไปซะแล้ว ถ้าคุณได้รับดอกกุหลาบสีแดงสดๆร้อนๆ หมายถึง ความรักอันลึกซึ้งและจริงจัง ถ้าชายหนุ่มคนใดมอบดอกกุหลาบแดงให้แก่หญิงสาว สื่อความหมายแสดงถึงมีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของคิวปิดและอีรอส ( กามเทพหรือเทพแห่งความรัก ) นั่นเอง เป็นสิ่งที่จะนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ ว้าว

ดอกกุหลาบสีชมพู  เป็นดอกกุหลาบเหมือนกัน แต่ความหมายของสีแตกต่างการอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณได้รับดอกกุหลาบสีชมพู มักใช้แทนความรักแบบสนิท เสน่หาและโรแมนติก การให้กุหลาบสีชมพูต่อคู่รัก สื่อให้เห็นว่าความรักเริ่มเจริญงอกงาม และกำลังจะพัฒนาไปสู่ความลึกซึ้งจริงจัง หรืออีกนัยหนึ่ง คือ “ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด”

ดอกกุหลาบสีเหลือง สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส กุหลาบสีเหลืองมักถูกใช้แทนความรัก ความปรารถนาดี เช่น ใช้เยี่ยมผู้ป่วย เพื่อช่วยเพิ่มความสดชื่นแจ่มใสให้กับผู้ป่วย และยังบ่งบอกถึง ความอ่อนหวาน สดชื่น กระปี้กระปร่า ฯลฯ

ดอกกุหลาบสีม่วง เป็นสีดอกกุหลาบแสดงถึงความเศร้า แต่ในอีกด้านก็แสดงถึงความอดทน มุ่งมั่น และไม่ย่อท้อ ถ้าคุณได้รับกุหลาบสีนี้ แสดงว่าคนที่มาจีบคุณ เป็นคนอ่อนไหว และบางครั้งเขาก็จะสร้างความสุขให้กับคุณได้เต็มที่

ดอกกุหลาบสีขาว สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ ความมีเสน่ห์ และความเงียบสงบ กุหลาบขาวจึงแทนความหมายแห่งความรักที่บริสุทธิ์ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ดังนั้น เราจึงสามารถให้ดอกกุหลาบสีขาวกับพ่อแม่ เพื่อน หรือคนที่เรารู้สึกดีด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจได้ และจะเป็นสิ่งที่นำโชคมาสู่ผู้ที่ได้รับเช่นเดียวกับกุหลาบแดง

ดอกทิวลิป เป็นดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่นิยมให้กันมากไม่แพ้กุหลาบเลยทีเดียว ทิวลิปมีต้นกำเนิดมาจากแทบยุโรป เช่น ฮอลแลนด์และตุรกี และความหมายก็สื่อแสดงออกถึงความรัก ความจริงใจเช่นเดียวกัน แต่ดอกทิวลิปนั้น จะแสดงออกถึงความรักที่ร้อนแรงและเปิดเผยไปสักหน่อย คุณจึงต้องเตรียมตัวรับมือกับความรักที่ร้อนแรง และเปิดเผยไว้ให้ดีถ้าใครให้ดอกทิวลิปกับคุณ

ดอกลิลลี่ (ชื่อเราเอง อิๆ) ได้ชื่อว่าเป็นดอกไม้แห่งเจ้าหญิง ชื่อภาษาอังกฤษใช้ว่า Lily แต่ถ้าเป็นชื่อทางวิชาการก็จะเรียกว่า Lilium hybrids ลิลลี่เป็นพืชประเภทที่มีหัวอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับดอกทิวลิป แต่ที่ดูจะเหนือกว่าก็คือดอกลิลลี่มีกลิ่นหอมซึ่งดอกทิวลิปไม่มี ส่วนความหมายก็คือ แสดงออกถึงการค้นหาความรักที่ดีที่สุดแล้วพบเจอมัน  เป็นดอกไม้ที่ผสมผสานอารมณ์ของความรักได้ อย่างลงตัว สื่อถึงความรักความจริงใจที่มีต่อคนรับ

ดอกซากุระ หรือ พญาเสือโคร่ง ในเมืองไทยการให้ดอกไม้ชนิดนี้ถือว่ายังแปลกๆอยู่ แต่ในเกาหลีและญี่ปุ่น การให้ดอกซากุระเป็นช่อๆมัดเป็นกำๆ แสดงถึงว่า “ความรักกำลังเบ่งบาน” หรือสื่อถึงว่า คู่เราสร้างความรักจากคนธรรมดาจนกลายเป็นคนรักได้ต้องใช้เวลาและความจริงใจที่มีต่อกัน และก็กำลังจะเบ่งบานเป็นความรักที่สวยงามอันยิ่งใหญ่ดุจดัง ดอกซากุระ

ดอกคาร์เนชั่น เป็นสัญลักษณ์ของหัวใจที่แตกสลาย ถ้าได้รับดอกคาร์เนชั่นจากผู้ใด แสดงว่าผู้ให้ต้องการบอกว่าถูกผู้รับหักอกจนใจสลายแล้ว (“แด่หัวใจที่น่าสงสารของฉัน” หรือ “หัวใจที่แห้งเหี่ยว”)

ดอกลาเวนเดอร์ ลาเวนเดอร์มักจะสื่อถึงความสงบ และมีการเชื่อมโยงกลิ่นของดอกลาเวนเดอร์เข้ากับความรู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย ส่วนดอกลาเวนเดอร์นั้นสามารถสื่อถึงความรุ่งโรจน์ที่มาพร้อมกับความสำเร็จและการบรรลุผล เวลาที่มอบช่อดอกลาเวนเดอร์ให้ใคร ก็จะหมายถึงการอวยพรให้ประสบความสำเร็จ เมื่อนำมาประดับไว้ที่บริเวณประตูทางเข้าบ้าน สีม่วงหรือดอกลาเวนเดอร์ก็จะสื่อถึงโชคลาภขนานใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความเจริญรุ่งเรืองและการบรรลุเป้าหมาย 

ที่มา : http://board.postjung.com/596581.html

Next Newer Entries